สวัสดีค่ะ วันนี้มีเรื่องจะมาเล่า
มาดูมาชมกันดีกว่านะ ว่าจะเป็นยังไง
(ไม่ได้เป็นอะไรมากนะ แต่จะเล่าตอนท้ายว่าทำไมมาเป็นทางการ ยังขำไม่หายเลย หุๆ)
เวียดนาม....ว่าไปใครจะไม่รู้จักละเนอะ
ก็อยู่ใกล้ประเทศเราแค่นี้เอง วัฒนธรรมก็คล้ายๆกัน
ทำให้อะไรๆก็ง่ายสำหรับเรา แต่ก็มีอุปสรรคตรง การสื่อสาร เนี่ยแหละ
เพราะบ้านเมืองเค้าไม่พูด อังกิดเลย ทำให้เราก็เอ๋อ รับประทาน หุๆ
แต่อาหารการกินนี่ไม่ต้องพูดถึง อร่อยถูกใจ ถูกจิง อร่อยจิง
เป็นครั้งที่สอง ที่เราได้ไปเวียดนาม ชอบนะ ของถูกดี ไม่เปลืองตังเท่าไหร่
แต่คราวนี้มันส์กว่าคราวก่อน เพราะได้อยู่นานเลย สี่วันในรอสเตอร์
ลูกเรือก็ชวนออกจังเลยยยยย ทั้งๆที่เราไม่สบายมาราธอน ติดต่อกัน สิบห้าวัน
แต่ก็นะ ไม่ออกไปเที่ยว ให้นอนตายในห้องก็ดูจะไม่สมควร เอาว่า สู้ตายฮะ
มันคงไม่มีอะไรจะแย่ไปกว่านี้แล้วล่ะ ...... แล้วก็สมใจอยาก
ได้หนุกของจิง ทั้งกัปตัน ลูกเรือ ทั้งทริปอยู่ด้วยกันตลอด
ไม่มีเวลาให้เหงาเลย คิๆๆ ก็มีคนเข้ามาดูแลแล้วนิ จะเหงาได้ไง จิงมั้ย?
ไปไหนมาไหนพักนี้มีแต่คนทักว่าเราเป็นเกาหลี เออ!!เอาเข้าไป ทักมันทุกชาติ
จาก เนปาล เวียดนาม เกาหลี ฟิลิปิน ชาติมันก็ใกล้เคียงกันอ่ะนะ ให้เป็นอะไรกรูเป็นให้ก็ดะ เบื่อตอบคำถาม
เลยไปหัดพูดมาเรียบร้อยละ ภาษาเกาหลี เอาไว้หลอกคน แถมเชื่ออีก โห หลอกง่ายนะเนี่ย คิๆ
พักนี้ ตั้งแต่ ฮาลาการ์ด เมสเสจออกได้เวลาออกจากโดฮา ค่าโทรศัพท์ กระฉูดเลยอ่ะ
แต่ก็ดีกว่าต้องไปใช้แบบรายเดือน ไม่งั้นจะควบคุมตัวเองไม่ได้ ไม่ใช่ห้ามใจไม่ได้นะจ๊ะ คนละเรื่องเดียวกัน
พูดมานานไม่ได้เกี่ยวกะการไปเที่ยวของเราเล้ยยยย ....เข้าเรื่องดีก่านะ


หน้าตาคนจะออกไปเที่ยว นัดกันแต่เช้า เจ็ดโมง

เนียนๆไปกะน้องกิมจิ เหมือนมะๆ

ทายซิ ว่าเค้ามาจากไหน???

หมวกดำได๋ เราตั้งเองล่ะ เข้ากะภาษาท้องถิ่น อิอิ

ทางเข้า ทริป แม่โขง ริเวอร์ อยากพายกลับบ้านอ่ะ

ตลกหน้าตาย ทุกอารม เค้าคนนี้จะหน้าอารมนี้ตลอด....
คนแบบนี้น่ากลัวนะเนี่ย หุๆ

คุนนาย หลุยส์ มาเที่ยวเรือนะเจ๊...เชื่อเค้าเลย

อ้าว แชะ!!!

สมัยความรักยังหวาน

สามสิบปีผ่านไปคับพี่น้อง

มารักกันดีกว่าเน้อ.....

กระเป๋าคู่ใจ สายเหล็ก ได้มาแต่ ร้านมะม่วง

ไปกันเหอะ

หนึ่งหญิงและหนึ่งชาย

สองชายหนึ่งหญิง

ขนมแป้งกระดาษ เหมือนบ้านเราที่ขายตามหาบเร่ พอจะนึกออกเนอะ

พักทานข้าวกลางวัน เชื่อมั้ยว่าทั้งทริปนี้ รวมอาหารด้วย คนละ เก้า ดอลล่าเอง

บรรยากาศหน้าเรือ อยากเป็นแจ๊คกะโรส แต่ไม่กล้ายืนอ่ะ

คุนกัปตัน เปรี้ยวจี๊ดเลย กินน้ำเมาแทนน้ำ ฮะๆ มุสลิมยังไงของแกเนี่ย

ชอบชุดเค้าจัง

หน้าโทรมแล้ว เริ่มเหนื่อย

ฟังเพลง จิบชา กินผลไม้ ดีแฮะ

ไปนั่งรถม้า ให้ม้าลากไป........

ชอบจิงๆ อารมหน้าตายของคุนเค้าเนี่ย

ลมแรง ผมสะบัด

ดูเรือเหมือนจะใหญ่นะ แต่เค้าให้นั่งได้สี่คนเอง

ไม่ไหวแล้ว ง่วง.......z..z...z

yes smile!!!

สาวเวียดนามจ้า.....

เห็นบรรยากาศร้านแบบนี้ แต่อร่อยมากกกก ของโสมมๆ นี่ท่าจะเหมาะกะเรานะ ^^
ความสุขอีกย่างของการได้มาเวียดนามคือ
ทำเล็บ ทำผม สปา นวด ถูกและดี
ทำให้เราหมดเวลาไปกับการเสริมสวย
เรื่องตลกมีอยู่ว่า วันที่พวกเรากลับมาจากทัวร์
คุนหน้าโทนเดียว เค้าอยากจะไปนวด
ไอ้เราก็ ไปก็ไป ยังไงก็ได้ มาด้วยกันก็ไปด้วยกัน
สรุปก็ไปตามร้านที่คุนกัปตันเค้าแนะนำ
กัปตัน:นี่นะ ยู ตกคนละห้าดอลล่าเอง
ดีมาก ยังงั้นยังงี้ ทั้งๆที่เราดูบรรยากาศร้าน
ก็ว่า มันแป่งๆ อยู่นะ แบบว่าเป็น รร.แบบโมเทล
แล้วร้านนวดอยู่ชั้นบน แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไร
เพราะมากันหลายคนก็เลยตามเลยละกัน
ไปถึง ก็ดูราคาตกลงกันเสร็จสรรพ ว่าจะนวด เท้าและนวดตัวด้วย
สรุปคนที่นวดเท้ามีแต่ผู้ชายที่จะทำให้
ไอ้เราผู้หญิงสามคน ถามก่อนเลยว่า
ถ้านวดตัวขอเป็นผู้หญิงนะ
เค้าก็โอเคๆ แล้วผู้ชายสามคนก็ไปนวดตัวก่อน เนื่องจากคนทำไม่พอ
สรุป ผู้ชายที่มานวดเท้าให้เรา ก็ปกติดี ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่หลังจากเสร็จแล้ว น้องเกาสองคนก็มาเมาท์ให้เราฟังว่า
น้องเกา:นี่ยู รุสึกแปลกๆป่ะ แบบว่าทำไมเค้าต้องนวดมาถึงต้นขาด้วยก็ไม่รุ
ไอเลยทำเนียนๆ เอาหมวกด๋ำได๋ปิดหน้าแล้วก็หลับไป
พอไปนวดตัว ก็เป็นประสบการณ์ใหม่สำหรับเรา
คือเค้าใช้ขาซะเป็นส่วนมากในการนวด
เราก็ไม่ค่อยจะชิน รุสึกจักกะจี้ เค้าก็คงเข้าใจว่าเราไม่ถูกใจ
เลยเพิ่มน้ำหนักมากกว่าเดิม
เท่านั้นล่ะ จ๊ากกกกกก ดังมาก
ก็ผ่านไปครบเวลา
สรุปโดนหลอกค่าทิปไปอ้วกเลย
แถมพอคุนผู้ชายเรียบร้อยก็มานั่งเมาท์ให้พวกเราฟัง
ว่าเนี่ย มันสกปรกมาก
ไอ้เรา ตอนแรกก็ไม่เข้าใจ
ตรงไหนวะ ออกจะสะอาดดี
คุนผู้ชาย: เนี่ย คุนกัปตัน หายจ้อยเลย ปล่อยให้พวกเรานวดกันสองคน
ไอก็งง ว่าทำไมคนนวดต้องให้ไอจ้องหน้าเค้าด้วย
ก็ไอเหนื่อย อยากหลับตา ไม่อยากจ้องว้อย
คนนวดยังพยามต่อไป ปลดกระดุมซะงั้น
คุนหน้าตาย ตกใจลืมตามา โดนปล้ำไปแร้วไม่รุตัว ฮะๆ
สรุป คุนกัปตันคงมีใครไปนอนเป็นเพื่อนซะแร้ว ถึงได้หายจ้อยในพริบตา
ก็ตลกดีนะ เราว่าแบบนี้คงมีทุกประเทศแหละ จะไปนวดที่ไหน สงสัยต้องระวังตัวให้มากกว่าเดิม
มาเฉลย เรื่องทางการกันเถอะ
คือเรื่องของเรื่อง เราได้รับเมสเสจจากพ่อ ทันทีที่กลับจากนิวยอค
" ผมเปลี่ยนชื่อใหม่แล้วนะคับ ชื่อ ...จาก ..."
งงคับ ยังง่วงๆอยู่ ตื่นมาอ่าน อารมก็นึกไปว่า สงสสัยป๊าส่งผิดแหงเลย
ส่งหากิ๊กป่าววะ?? พอโทรกลับไป ก็ได้รับคำตอบว่า
ป่าวลูก ป๊าส่งเมสเสจ forward ฮ่าๆๆๆๆ แง้ว!!!